บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ (สปอยล์) ของซีรีส์ «魔法少女まどか☆マギカ» ทุกภาค กรุณาพิจารณาก่อนอ่านต่อ
ความประทับใจแรกต่อ «ワルプルギスの廻天»
«劇場版 魔法少女まどか☆マギカ〈ワルプルギスの廻天〉» (Puella Magi Madoka Magica: The Witch’s Barrier — Walpurgis no Kaiten) คือภาพยนตร์ที่ประกอบด้วยภาพที่เร้าใจและแหวกแนวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่เต็มไปด้วยวัตถุแบน ๆ ท่าทางของตัวละครที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว หรือการจัดวางองค์ประกอบที่จงใจละเลยความต่อเนื่องของช็อต ทั้งหมดนี้ห่างไกลจากสัจนิยมธรรมดา แต่กลับดึงดูดผู้ชมจำนวนมากให้นั่งดูอย่างตั้งใจ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าประทับใจในตัวเอง
ตัวละครใหม่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นต่างสร้างความสนุกด้วยความตัดกันของนักพากย์เสียงที่คัดเลือกมาได้อย่างลงตัว และเหตุการณ์ที่ชื่อ «ワルプルギスの廻天» บ่งบอกก็ปรากฏอยู่ในเรื่องอย่างครบถ้วน ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า “อ๋อ นี่แหละคือมุมมองที่เขาเลือก” ได้อย่างกระจ่าง
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นคู่กับ «劇場版 魔法少女まどか☆マギカ[新編]叛逆の物語» (Rebellion) อย่างแยกไม่ออก หากมองว่าชื่อเต็มคือ «[新編]ワルプルギスの廻天» ก็จะรู้สึกว่าเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ดังนั้นการกลับไปดูหรืออย่างน้อยทบทวน «叛逆の物語» ก่อนจะช่วยให้ติดตามรายละเอียดได้ง่ายกว่ามาก
“ภาคต่อ” คืออะไรกันแน่?
เพื่อทำความเข้าใจว่า «ワルプルギスの廻天» พิเศษแค่ไหน ลองมองย้อนไปที่แนวทางการสร้าง “ภาคต่อ” ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์และอนิเมะก่อน โดยที่นี่จะไม่นับรวมงานที่วางแผนเป็นไตรภาคตั้งแต่ต้น แต่จะพูดถึงภาคต่อในความหมายของ “การนำเรื่องราวที่จบแล้วมาดำเนินต่อ”
ภาคต่อในยุคเก่าส่วนใหญ่เลือกใช้ “การซ้ำ” (反復) เป็นหลัก ซีรีส์อย่าง «007» หรือ «男はつらいよ» ต่างใช้ตัวเอกที่มีเสน่ห์ล้นเหลือเป็น “กรอบ” แล้วสลับเปลี่ยนเหตุการณ์และตัวละครรองไปเรื่อย ๆ แนวทางนี้ต้องการให้ตัวเอกไม่เปลี่ยนแปลงทางจิตใจอย่างถาวร เพราะหากตัวละครเติบโตหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไม่อาจย้อนกลับได้ การสร้างภาคต่อก็จะยากขึ้นมาก
ในทางตรงข้าม «Toy Story» เลือกสร้าง “ความแตกต่าง” (差異) ให้โดดเด่นกว่าการซ้ำ ด้วยการคิดค้น “ความท้าทาย” ใหม่ที่ผูกติดกับตัวละครในแต่ละภาคอย่างชาญฉลาด
บทเรียนจาก «ยามาโตะ» และ «Z Gundam»
ในโลกอนิเมะ ซีรีส์ «宇宙戦艦ヤマト» (Space Battleship Yamato) ใช้แนวทาง “การซ้ำ” เป็นแกนหลัก โดยมียานรบยามาโตะเป็นศูนย์กลาง และวนซ้ำการต่อสู้กับศัตรูที่คุกคามสันติภาพของโลกและจักรวาล แม้ว่าเวลาในจักรวาลของเรื่องจะเดินหน้าไปตามลำดับ แต่เมื่อถึง «完結編» ทีมสร้างกลับเลือกดึงเส้นเวลาย้อนกลับเพื่อรักษา “ความรู้สึก” ของอายุตัวเอกอย่างอะนาโดะ ซุสุมุ เอาไว้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในอนิเมะ ปัญหาเรื่อง “เวลา” มักถูกผลักไปอยู่เบื้องหลัง
«機動戦士Zガンダム» (Mobile Suit Zeta Gundam) เลือกทางตรงข้ามอย่างชัดเจน ด้วยการเดินหน้าเวลาในจักรวาล เปลี่ยนตัวเอก และตั้งธีมใหม่ที่แตกต่างจากภาคแรก จนกลายเป็นรากฐานของซีรีส์ Gundam ในฐานะ “มหากาพย์บันทึกยุคสมัย” (年代記的サーガ) แนวทางนี้คือการ “เพิ่มความแตกต่างให้สูงสุด” ผ่านการปล่อยให้เวลาผ่านไปและโลกเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ยังมีแนวทางที่กล้าหาญกว่า คือ “การเปลี่ยนแนวเรื่อง” อย่าง «Alien» ที่เป็นหนังสยองขวัญ แต่ «Alien 2» กลับกลายเป็นหนังสงคราม หรือ «Cars» ที่เป็นเรื่องการค้นพบตัวเอง แต่ «Cars 2» กลับเป็นหนังสายลับแบบตลกขบขัน
ความพิเศษของ «まどか☆マギカ» ในฐานะ “ภาคต่อ”
เมื่อมองซีรีส์ «まどか☆マギカ» ผ่านกรอบเหล่านี้ จะพบว่าแนวทางการสร้างภาคต่อของมันแปลกประหลาดอย่างยิ่ง
ซีรีส์ทางทีวีจบลงด้วยการที่มาโดกะกลายเป็น “วงกลมแห่งกรรม” (円環の理) ซึ่งเป็นกฎจักรวาลใหม่ที่ช่วยเหลือเหล่าสาวน้อยเวทมนตร์ทุกคนในทุกสถานที่และทุกยุคสมัย ก่อนที่พวกเธอจะสิ้นหวังและกลายเป็นแม่มด
จากนั้น «叛逆の物語» ก็นำเสนอโลกหลังจากนั้น เรื่องราวเกิดขึ้นในผนึกแม่มดภายในโซลเจมของโฮมุระที่ถูกคิวเบย์แยกออกจากโลกภายนอก ที่นั่นโลกอุดมคติอันเป็นเท็จที่โฮมุระปรารถนาได้ถูกสร้างขึ้น เมื่อเหล่าสาวน้อยเวทมนตร์รู้ความจริงและทำลายผนึก มาโดกะในฐานะวงกลมแห่งกรรมก็มารับโฮมุระ แต่โฮมุระกลับแยก “ส่วนที่เป็นมนุษย์ของคาเนเมะ มาโดกะ” ออกจากวงกลมแห่งกรรม ประกาศตนเป็นปีศาจ และสร้างจักรวาลขึ้นใหม่ภายใต้กฎใหม่ ภาพยนตร์จบลงตรงที่โฮมุระยืนอยู่ฝั่งผู้ครองโลกที่ถูกเขียนใหม่
ที่มา: aniani

