ปีนี้ครบรอบ 25 ปีของการออกอากาศ Motto! Ojamajo Doremi (も~っと!おジャ魔女どれみ) ซีรีส์アニメที่พาผู้ชมติดตามการผจญภัยของเหล่าเด็กฝึกหัดแม่มดในฐานะพ่อครัวขนม พร้อมกับการมาถึงของสมาชิกใหม่อย่าง โมโมโกะ เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ Blu-ray BOX ฉบับดิจิทัลรีมาสเตอร์จึงถูกเตรียมวางจำหน่ายในวันที่ 2 ธันวาคม 2569 โดยเปิดให้จองล่วงหน้าทาง Amazon.co.jp แล้ว พร้อมของแถมพิเศษอย่างสูจิบัตรที่รวบรวมบทสัมภาษณ์นักพากย์และทีมงาน
เนื่องในโอกาสนี้ นักพากย์ทั้ง 5 คนได้มาร่วมวงสนทนา ได้แก่ ชิบะ ชิเอมิ (รับบทฮารุคาเซะ โดเรมิ), อากิยะ โทโมโกะ (รับบทฟุจิวาระ ฮาซึกิ), มัตสึโอกะ ยูกิ (รับบทเซโนะ ไอโกะ), ชิชิโดะ รุมิ (รับบทเซกาวะ โอนปุ) และ มิยาฮาระ โทโกมิ (รับบทอาสุกะ โมโมโกะ) เพื่อพูดถึงโปรเจกต์ Blu-ray BOX ความทรงจำในห้องบันทึกเสียง และสิ่งที่ค้นพบจากการกลับมาชมผลงานชิ้นนี้อีก回
โปรเจกต์ Blu-ray BOX กับเสียงตอบรับที่ทำให้ใจฟู
โปรเจกต์นี้กำหนดว่าต้องมียอดจองถึง 500 ชุดจึงจะผลิตจริง ซึ่งผ่านเป้าหมายได้สำเร็จ ชิบะ ชิเอมิเล่าว่าตอนแรกแปลกใจมากที่ยังไม่มี Blu-ray BOX ออกมาก่อนหน้านี้ และรู้สึกดีใจมากเมื่อเห็นแฟน ๆ บน SNS พิมพ์ว่า “รอมานานแล้ว!” ด้านมัตสึโอกะ ยูกิมองว่า Blu-ray ช่วยให้เก็บได้กะทัดรัดขึ้นและภาพสวยงามกว่าเดิม พร้อมหวังว่าหากโปรเจกต์นี้สำเร็จ ก็อาจนำไปสู่การทำ Blu-ray BOX ของ Ojamajo Doremi Dokka~n! ต่อไปด้วย เธอยังบอกว่าช่วงรณรงค์นั้นรู้สึกเหมือนกำลังทำภารกิจในเกม ตื่นเต้นมาก
มิยาฮาระ โทโกมิเสริมว่าตนเองและชิบะ ชิเอมิจัดイベントร่วมกันมาตลอด จึงได้พบปะแฟน ๆ ของซีรีส์อยู่เสมอ และรู้สึกประทับใจที่ผลงานนี้ยังมีคนรักข้ามรุ่น รวมถึงแฟนจากต่างประเทศด้วย ส่วนชิชิโดะ รุมิบอกตรง ๆ ว่า “อยากได้เองเลย!” จึงช่วยโปรโมตอย่างเต็มที่บน X (Twitter)
แม้จะผ่านมา 25 ปี แต่ทั้ง 5 คนยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่เคยห่างเหิน เพราะยังมีงานบันทึกเสียงและイベントที่เกี่ยวกับซีรีส์อยู่เรื่อย ๆ มิยาฮาระยังเล่าว่าหลังบันทึกเสียงภาพยนตร์ครบรอบ 20 ปี Majo Minarai wo Sagashite โปรดิวเซอร์ เซกิ ฮิโรมิ ก็พาทีมไปกินยากินิกูเหมือนเดิมทุกประการ บรรยากาศไม่ต่างจาก 25 ปีก่อนเลย
友達ร่วมชั้นที่น่าจดจำในซีรีส์
หนึ่งในเสน่ห์ของ Ojamajo Doremi คือตัวละคร友達ร่วมชั้นที่แต่ละคนมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง นักพากย์แต่ละคนต่างมีตัวละครที่ประทับใจต่างกัน
- มัตสึโอกะ ยูกิ นึกถึง โยโกกาวะ โนบุโกะ 友達สนิทคนเดียวของไอโกะนอกกลุ่ม MAHO-do ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยการทะเลาะกันก่อนจะกลายเป็น友達แท้ ตามสไตล์ของซีรีส์นี้
- ชิบะ ชิเอมิ ประทับใจ ทามากิ เรกะ และนักพากย์ที่รับบทนั้นอย่าง นางาโนะ อาย ที่ต้องหัวเราะเสียงดังตั้งแต่เช้า 10 โมง ทำให้ชิบะรู้สึกทึ่งมาก กระทั่งตัวเองได้รับบทแบบเดียวกันในงานอื่น จึงเข้าใจว่ามันสนุกแค่ไหน
- อากิยะ โทโมโกะ ชื่นชอบ ยาดะ มาซารุ ที่มีฉากหวาน ๆ กับฮาซึกิอยู่บ่อย回 และยังจำตอนที่ 29 ที่โมโมโกะมาช่วยฮาซึกิกลัวผีด้วยกันได้ดี เธอบอกว่าการแสดงความกลัวร่วมกันนั้นสนุกและระบายความเครียดได้ดีมาก
- ชิชิโดะ รุมิ ประทับใจ นากาโตะ คาโยโกะ และ ชิมากุระ คาโอริ โดยเฉพาะนักแสดงที่มาจากหลากหลายสาขา ทั้งนักแสดง นักตลก และนักร้อง ทำให้บรรยากาศในห้องบันทึกเสียงน่าตื่นเต้นมาก
- มิยาฮาระ โทโกมิ จำเสียงของ ยามาดะ คิโนโกะ ที่รับบทชิมากุระ คาโอริได้ขึ้นใจ และชื่นชอบกลุ่ม SOS Trio ที่มักพูดมุกตลกไร้สาระแต่ช่วยผ่อนคลายบรรยากาศได้เสมอ
ชุดพ่อครัวขนมและメニューที่น่าจดจำ
ชุดฝึกหัดแม่มดใน Motto! Ojamajo Doremi มีดีไซน์พิเศษแบบ Reversible ที่พลิกกลับด้านกลายเป็นชุดพ่อครัวขนมได้ทันที ซึ่งนักพากย์ทุกคนต่างชื่นชมความน่ารักของชุดนี้ อากิยะ โทโมโกะบอกว่าทุก回ที่มีคนถามว่าชอบชุดไหนที่สุดในซีรีส์ เธอตอบว่าชุดพ่อครัวขนมของภาคนี้เสมอ เพราะมีฟริลและโบว์ใหญ่ที่เธอชอบตั้งแต่เด็ก ส่วนมิยาฮาระ โทโกมิเล่าว่าโมโมโกะใช้อินเตอร์คอมสื่อสารในช่วงแรก ทำให้ชุดพ่อครัวขนมมีความหมายพิเศษสำหรับตัวละครนี้
โปรดิวเซอร์ เซกิ ฮิโรมิ เคยอธิบายว่าชุดฝึกหัดแม่มดในภาคแรกออกแบบโดยใช้ชุดบัลเล่ต์ตูตูเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อให้เป็นชุดที่ใช้ได้ทั่วโลก ซึ่งมัตสึโอกะ ยูกิแซวขำ ๆ ว่าตอนเด็กอยากเป็นนักบัลเล่ต์แต่แม่พาไปเรียนรำไทยแทน แต่ก็ได้ “ใส่ตูตู” ผ่านตัวละครในที่สุด
ในแง่ของขนมที่น่าจดจำ ทุกคนพูดถึง Tourbillon ขนมก้นหอยที่มีภาพจำแรงมาก ชิชิโดะ รุมิยังนึกถึงคุกกี้ไอศกรีมรสกาแฟในตอนที่ 23 และพุดดิ้งฟักทองที่ทำเพื่อช่วยให้ฮานะจะกินผักในตอนที่ 31 พร้อมอยากให้มีการเผยแพร่สูตรทำขนมเหล่านี้อย่างเป็นทางการสักวัน ส่วนมัตสึโอกะ ยูกิยังนึกถึงเพลง “Oh! Yasai Samba” ที่ต้องร้องในイベントว่าร้องยากมาก แต่ก็หวังว่าเพลงนี้จะช่วยให้เด็ก ๆ กล้ากินผักมากขึ้น
เมื่อถามว่าใครเคยทำขนมจริง ๆ บ้าง ปรากฏว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ทำ ชิบะ ชิเอมิบอกตรง ๆ ว่าแม้แต่การทำอาหารก็ไม่ชอบ ขณะที่อากิยะ โทโมโกะเล่าว่าเคยทำขนมช่วงออกอากาศ แต่ใช้การเดาปริมาณเลยไม่ค่อยสำเร็จ และยังคิดถึงตอนที่ 45 ทุก回ที่ถึงช่วงคริสต์มาส
“แม่มด” ที่ไม่แก้ปัญหาด้วยเวทมนตร์
ประเด็นที่นักพากย์ทุกคนเห็นตรงกันคือสิ่งที่ทำให้ Ojamajo Doremi แตกต่างจากアニメแม่มดทั่วไป นั่นคือตัวละครแทบไม่ใช้เวทมนตร์แก้ปัญหาจริง ๆ
ชิบะ ชิเอมิบอกว่าสิ่งนี้ทำให้รู้สึกแปลกใหม่มาก เพราะในความเป็นจริงแล้วตัวละครสามารถใช้เวทมนตร์แก้ทุกอย่างได้ แต่ซีรีส์กลับเลือกให้ตัวละครใช้ “พลังของความเป็นมนุษย์” เผชิญปัญหาตรง ๆ แทน และเพราะเรื่องราวส่วนใหญ่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันที่ทุกคนเคยผ่านมา จึงรู้สึกใกล้ชิดและเข้าถึงได้ เธอยอมรับว่าตอนบันทึกเสียงนั้นยุ่งเกินกว่าจะคิดลึกขนาดนี้ แต่พอกลับมาดูอีก回ก็เพิ่งตระหนักถึงความลึกของผลงานชิ้นนี้
มัตสึโอกะ ยูกิเสริมว่าแฟน ๆ หลายคนบอกว่าเรียนรู้เรื่องสำคัญในชีวิตจากซีรีส์นี้ ทั้งวิธีคบ友達 วิธีเข้าหาคนอื่น และการที่กลุ่ม MAHO-do ไม่ได้สนิทกันตั้งแต่แรก แต่ค่อย ๆ สร้างมิตรภาพขึ้นมาผ่านความขัดแย้งและการคืนดี ซึ่งสะท้อนความจริงของชีวิตได้ดีมาก
มิยาฮาระ โทโกมิมองว่าตอนนี้ที่ลูกชายเข้าป.1 แล้ว ก็อยากให้ลูกมี友達แบบเดียวกับตัวละครในซีรีส์ ที่ยอมรับความแตกต่างและヘルプกันเสมอ ส่วนชิชิโดะ รุมิชี้ให้เห็นว่าภาคนี้กล้าแตะประเด็นที่ละเอียดอ่อนกว่าเดิม ทั้งเรื่องพัฒนาการทางร่างกาย (ตอนที่ 10) และเรื่องการเลือกปฏิบัติในตอนของโมโมโกะ เธอจึงเชื่อว่านี่คือ “ผลงานที่ยิ่งดูในยุคนี้ยิ่งมีคุณค่า”
ความฝันสำหรับอนาคตของซีรีส์
เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากเห็นในอนาคต ทั้ง 5 คนตอบพร้อมกันทันทีว่า “アニメใหม่!”
มัตสึโอกะ ยูกิอยากให้มีการนำไลท์โนเวลอย่าง Ojamajo Doremi 16 มาสร้างเป็นアニメ เพราะเธอมีส่วนร่วมในการตรวจสำเนียงภาษาโอซาก้าในนิยายชุดนี้ด้วย และอยากพากย์เสียงในเวอร์ชันทีวีซีรีส์ ชิบะ ชิเอมิฝากบอกทีมงานว่า “ขอให้รีบทำก่อนที่ทุกคนจะยังแข็งแรงอยู่นะ!” มิยาฮาระ โทโกมิอยากเห็นการรีเมกทีวีซีรีส์ที่นำปัญหาของเด็กยุคปัจจุบันมาใส่ในโลกของ Ojamajo Doremi ด้วย
ชิชิโดะ รุมิยังอยากให้ฟื้นイベントที่ถูกยกเลิกในช่วงโควิด โดยเฉพาะงาน “Ojamajo Doremi 20th Anniversary Grand Carnival” ที่วางแผนจะจัดที่ Tokyo International Forum ส่วนชิบะ ชิเอมิบอกว่าอยากพาทีมไปต่างประเทศพร้อมผลงานใหม่ด้วย เพราะได้รับเสียงจากแฟนต่างชาติว่าอยากเข้าถึงซีรีส์นี้มากขึ้น
ฝากถึงแฟน ๆ ทุกคน
ชิชิโดะ รุมิบอกว่าแม้จะดูซ้ำก็ยังรู้สึกซึ้งทุกตอน และตอนนี้เข้าใจตัวละครได้มากขึ้นกว่าตอนบันทึกเสียง เพราะผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากขึ้น อากิยะ โทโมโกะฝากว่าไม่ว่าจะอารมณ์ดีหรือเศร้า ก็ขอให้กลับมาดูซีรีส์นี้ได้เสมอ เพราะเพลงประกอบก็ช่วยเติมพลังได้ดีมาก มิยาฮาระ โทโกมิบอกว่านี่คือผลงานที่ทำให้เธอรู้สึกอินทุก回ที่ดู แม้จะผ่านมา 25 ปีแล้ว
มัตสึโอกะ ยูกิเน้นว่านี่คือผลงานที่พ่อแม่ลูกดูด้วยกันได้ และผู้ที่กลายเป็นพ่อแม่แล้วจะมองเห็นมุมใหม่ที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน ส่วนชิบะ ชิเอมิขอบคุณทั้งแฟนเก่าและแฟนใหม่ พร้อมบอกว่าผลงานนี้ยืนหยัดมาได้เพราะแฟน ๆ ที่รักและสนับสนุนมาตลอด และหวังว่าจะได้ส่งมอบ Ojamajo Doremi ในรูปแบบใหม่ให้ทุกคนได้ชมอีกในอนาคต
Motto! Ojamajo Doremi Blu-ray BOX ฉบับดิจิทัลรีมาสเตอร์ กำหนดวางจำหน่าย 2 ธันวาคม 2569 เปิดรับจองทาง Amazon.co.jp แล้ววันนี้
ที่มา: aniani

