อนิเมะทีวีเรื่อง Tengoku no Jyaduugaru (天幕のジャードゥーガル) ซึ่งดัดแปลงจากมังงะประวัติศาสตร์รางวัลการันตีของ Tomato Soup (ตีพิมพ์ในนิตยสาร Souffle สำนักพิมพ์ Akita Shoten) กำลังออกอากาศทางช่อง TV Asahi เครือข่าย 24 สถานีทั่วประเทศในช่วง “IMAnimation” รวมถึง BS Asahi และช่องอื่น ๆ เรื่องราวเกิดขึ้นในมองโกลช่วงศตวรรษที่ 13 ติดตามชีวิตของ ชิตาระ อดีตทาสสาวผู้ถูกพัดพาเข้าสู่กระแสการเมืองของจักรวรรดิ
ในบทสัมภาษณ์ครั้งที่ 9 นี้ เราได้พูดคุยกับ โคชิมิสึ อามิ นักพากย์เสียงผู้รับบท ดอเรเกเน่ มเหสีองค์ที่ 6 ของจักรพรรดิโอโกไตแห่งจักรวรรดิมองโกล หญิงผู้ซ่อนเร้นเปลวไฟแห่งการแก้แค้นไว้ในใจ โคชิมิสึเล่าถึงทุกอย่างตั้งแต่การค้นคว้าประวัติศาสตร์ก่อนออดิชัน ความสัมพันธ์พิเศษระหว่างดอเรเกเน่กับชิตาระ ไปจนถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปจากการแสดงคู่กับ ชิโมโนะ ฮิโระ และ อิชิดะ อาคิระ
ค้นคว้าประวัติศาสตร์ เพื่อเข้าใจเสน่ห์ของ Tengoku no Jyaduugaru
โคชิมิสึเล่าว่าเธอผ่านการออดิชันถึง 2 รอบ ทั้งแบบเทปและแบบสตูดิโอ และรู้สึกตั้งแต่แรกแล้วว่านี่คือบทที่ “ท้าทายและน่าเล่นมาก” ถึงขนาดที่เธอคิดว่าแม้ตัวเองจะไม่ได้รับเลือก ก็อยากดูว่านักพากย์คนอื่นจะตีความดอเรเกเน่อย่างไร แต่เมื่อได้รับเลือกในที่สุด เธอก็รู้สึกดีใจอย่างยิ่ง
ก่อนบันทึกเสียงรอบแรก เธอค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีสถานะใกล้เคียงกับดอเรเกเน่ รวมถึงเจงกีสข่านและตัวละครอื่น ๆ ในเรื่อง สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจที่สุดคือ “ข้อมูลในยุคนั้นมีน้อยมาก” เนื่องจากวัฒนธรรมมองโกลในศตวรรษที่ 13 ไม่ได้นิยมบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เอกสารที่หลงเหลืออยู่ส่วนใหญ่เป็นบันทึกของนักเดินทางชาวต่างชาติ ไม่ใช่คนในยุคนั้นเอง
“ยิ่งรู้ว่าข้อมูลมีน้อยแค่ไหน ก็ยิ่งนึกถึงว่า Tomato Soup sensei ต้องทุ่มเทแค่ไหนในการสร้างตัวละครและเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมา” โคชิมิสึกล่าว และเสริมว่าสิ่งที่ประทับใจเธอมากที่สุดในการพากย์จริงคือ บทพูดทุกบรรทัดใน Tengoku no Jyaduugaru รู้สึก เป็นธรรมชาติ อย่างน่าทึ่ง ไม่มีความรู้สึก “ขัด” ที่บางครั้งเกิดขึ้นในงานอื่น เพราะทุกตัวละครถูกสร้างมาอย่างพิถีพิถันทั้งในแง่ความคิดและอารมณ์
“เวลาที่หยุดนิ่ง” และความอ่อนไหวซ่อนเร้นของดอเรเกเน่
เมื่อถามถึงเสน่ห์ของดอเรเกเน่ โคชิมิสึตอบว่าเธอมองตัวละครนี้ว่าเป็น “หญิงที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง” เหตุการณ์สะเทือนใจในอดีตทำให้บางส่วนของจิตใจเธอ “หยุดนิ่ง” ไว้ที่ช่วงเวลานั้น แม้ร่างกายจะเติบโต มีบุตร และผ่านประสบการณ์มากมาย แต่ความรู้สึกแท้จริงที่ลึกที่สุดยังคงอยู่ในสภาพเดิม
“ต่อหน้าชิตาระ ดอเรเกเน่จะแสดงสีหน้าและอารมณ์แบบเด็กสาวออกมาโดยไม่ได้คิดคำนวณ มันเป็นแค่ตัวตนที่แท้จริงของเธอที่โผล่ออกมาเอง” โคชิมิสึอธิบาย “ราวกับว่าเวลาที่หยุดนิ่งนั้นเริ่มเดินอีกครั้งเมื่ออยู่กับชิตาระ”
ในขณะเดียวกัน ความเข้มแข็งที่ดอเรเกเน่แสดงออกในชีวิตประจำวันก็เป็นเสน่ห์อีกด้านหนึ่ง โคชิมิสึมองว่ามันคือ “เกราะ” ที่เธอสวมใส่ ซึ่งทำให้เธอดูทรงพลังและน่าเกรงขาม แต่ก็งดงามในแบบของตัวเอง
โคชิมิสึยังพูดถึงประโยคเด็ดของดอเรเกเน่ที่พูดกับโอโกไตว่า “ฉันไม่ใช่ภรรยาของเจ้า ฉันคือศัตรูของเจ้า” โดยมองว่าประโยคนี้ไม่ใช่แค่คำประกาศต่อโอโกไต แต่ยังเป็นการ เตือนตัวเองไม่ให้ลืมความเจ็บปวดและคำสาบาน ท่ามกลางความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตในมองโกล
“ในเรื่องนี้ไม่มีใครที่เป็น ‘ผู้ร้าย’ อย่างแท้จริง” โคชิมิสึกล่าว สอดคล้องกับที่ เซกิเนะ อาคิระ นักพากย์บทชิตาระเคยให้สัมภาษณ์ไว้ “ความยิ่งใหญ่ของต้นฉบับคือการที่มันไม่ตัดสินว่าใครถูกหรือผิด แต่แสดงให้เห็นมุมมองของทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรมชาติ จนเราเองก็ไม่สามารถยืนอยู่ข้างใครข้างหนึ่งได้ตลอด”
การแสดงคู่กับชิโมโนะ ฮิโระ และอิชิดะ อาคิระ ที่เปลี่ยนความเข้าใจในตัวละคร
โคชิมิสึยอมรับว่าแม้จะเตรียมตัวมาอย่างดี แต่การแสดงคู่จริงในห้องบันทึกเสียงก็ยังทำให้เธอค้นพบสิ่งที่ไม่คาดคิด
สิ่งแรกคือการแสดงของ ชิโมโนะ ฮิโระ ในบทโอโกไต “ฉันเตรียมใจมาว่าโอโกไตคือ ‘ศัตรูที่ต้องเกลียด’ แต่พอแสดงคู่กันจริง ๆ โอโกไตของชิโมโนะซัง มันดึงดูดใจมากจริง ๆ อบอุ่น อ่อนโยน จนรู้สึกอยากเปิดใจให้โดยไม่ตั้งใจ” เธอหัวเราะ “ฉันเข้าใจในหัวว่าทำไมดอเรเกเน่ถึงสั่นคลอน แต่พอได้รับการแสดงนั้นจริง ๆ ก็รู้สึกเลยว่า ‘อ๋อ มันสั่นคลอนได้จริง ๆ นะ'”
อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ประทับใจคือการแสดงของ อิชิดะ อาคิระ ในบทไดร์ อุซุน สามีของดอเรเกเน่ “ความรักที่ถ่ายทอดออกมาจากการแสดงของอิชิดะซังมันบริสุทธิ์มาก ราวกับรักลูกสาว รักครอบครัว ไม่มีความซับซ้อนหรือเจตนาแอบแฝงใด ๆ จนฉันเองก็รู้สึกผูกพันกับตัวละครนั้นจริง ๆ” โคชิมิสึกล่าว “ฉากอำลาจึงเจ็บปวดมาก เพราะความรู้สึกนั้นสะสมมาตลอด”
“ความโกรธที่มีต่อมองโกล ความทรงจำที่ถูกรัก อดีตที่ลืมไม่ได้ และสิ่งที่ไม่อยากลืม ทั้งหมดนี้กลายเป็นอารมณ์ที่ชัดเจนขึ้นในตัวฉันเองผ่านการแสดงคู่กับทุกคน” เธอสรุป “นี่คืองานที่เกิดขึ้นได้เพราะนักแสดงชุดนี้โดยเฉพาะ ฉันอยากให้ทุกคนได้ติดตามเรื่องราวนี้จนจบ”
ข้อมูลอนิเมะทีวี Tengoku no Jyaduugaru
สตาฟ
- ต้นฉบับ: Tomato Soup — Tengoku no Jyaduugaru (ตีพิมพ์ใน Souffle, Akita Shoten)
- ผู้กำกับรวม: ยามาดะ นาโอโกะ
- ผู้กำกับ: Abel Gongora
- ผู้เขียนบท: คาโตะ คันอิจิ
- ออกแบบตัวละคร / หัวหน้าฝ่ายแอนิเมชัน: โยชิดะ เคนอิจิ
- หัวหน้าฝ่ายกำกับ: ฟูจิคุระ ทาคุยะ
- ผู้กำกับฝ่ายศิลป์: คาบาซาวะ ยูริ
- ออกแบบสี: คอนโนะ นารุมิ
- ผู้กำกับถ่ายภาพ: ทาคาฮาชิ นาโอกิ
- ตัดต่อ: ฮิโรเสะ คิโยชิ
- ดนตรี: ฮิโนะ โคชิโร
- ผู้กำกับเสียง: โคนุมะ โนริโยชิ
- สตูดิโอแอนิเมชัน: Science SARU
นักพากย์
- ชิตาระ: เซกิเนะ อาคิระ
- ดอเรเกเน่: โคชิมิสึ อามิ
- ฟาติมา: คุวาจิมะ โฮโกะ
- มูฮัมหมัด: ไซโตะ จุน
- โอโกไต: ชิโมโนะ ฮิโระ
- โตลุย: ซูซูกิ เรียวตะ
- ชิระ: อิริโนะ มิยุ
- ชากาไต: นามิคาวะ ไดสุเกะ
- จูจิ: โนจิมะ เคนจิ
- ซอร์โคคทานิ: คุโนะ มิซากิ
- โมเกะ: อาไซ อายากะ
- คีร์กีสทานิ: ชินทานิ มายุมิ
- โบราคชิน: คุจิระ
เพลงประกอบ
- เพลงเปิด: SEKAI NO OWARI — “Stella”
- เพลงปิด: 女王蜂 (Joō Hachi) — “星 (Hoshi)”
ที่มา: aniani

