โคบายาชิ ยูสุเกะ และ ทาคาฮาชิ ริเอะ ในงานพรีวิวนิทรรศการ Re:Zero 10th Anniversary ที่ชิบูย่า BEAM Gallery

นิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ของแฟรนไชส์ TVアニメ『Re:ゼロから始める異世界生活』展 -10th Anniversary- (นิทรรศการ Re:Zero ฉลอง 10 ปี) เปิดประตูต้อนรับผู้เข้าชมอย่างเป็นทางการที่ ชิบูย่า BEAM Gallery กรุงโตเกียว ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2026 โดยจะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2026

ก่อนเปิดงานหนึ่งวัน เมื่อวันที่ 11 กันยายน ทางผู้จัดได้เปิดงานพรีวิวสำหรับสื่อมวลชนพร้อมแถลงข่าว โดยมีนักพากย์เสียงสองท่านหลักของซีรีส์ร่วมงาน ได้แก่ โคบายาชิ ยูสุเกะ ผู้ให้เสียงนัตสึกิ สุบารุ และ ทาคาฮาชิ ริเอะ ผู้ให้เสียงเอมิเลีย ทั้งคู่ได้เดินชมนิทรรศการก่อนใคร พร้อมแบ่งปันความรู้สึก ความทรงจำจากห้องอัดเสียง และเรื่องราวพิเศษเกี่ยวกับเทปออดิชันที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน

ย้อนรอย 10 ปีแห่ง Re:Zero ในพื้นที่เดียว

นิทรรศการนี้พาผู้ชมย้อนรอยเส้นทางของสุบารุและเหล่าตัวละครตลอด 10 ปี ผ่านสื่อและสิ่งจัดแสดงหลากหลายรูปแบบ เริ่มต้นด้วย “Opening Theater” จอขนาดยักษ์ที่รวบรวมภาพจำตลอดทศวรรษ ตามด้วยโซนข้อมูลตัวละคร โซนแยกตาม Season ตั้งแต่ 1st ถึง 4th Season และ Memorial Gallery ที่รวบรวมของที่ระลึกสำคัญตลอด 10 ปี

โคบายาชิบอกว่านิทรรศการนี้ให้ความรู้สึกเหมือน “ได้ย้อนประสบการณ์เรื่องราวในอนิเมะอีกครั้ง” พร้อมสังเกตว่าทุกจุดมีคอลัมน์จากผู้กำกับ ทีมงาน และนักพากย์ติดอยู่ด้วย จนรู้สึกว่า “อยากให้ทุกคนหยุดดูทีละจุดอย่างละเอียด” ส่วนทาคาฮาชิก็ยิ้มบอกว่าได้ยินเรื่องราวใหม่ ๆ จากทีมงานมากมาย รวมถึงเรื่องออดิชันที่ “ได้ถามในที่สุด”

ไฮไลต์แต่ละโซน

1st Season — “มือล่องหน” ของเพเทลกิอุส

จุดเด่นของโซน 1st Season คือ “Diligent Photo Spot” ที่จำลองพลังอำนาจ “มือล่องหน” (見えざる手) ของมหาบาปแห่งความเกียจคร้าน เพเทลกิอุส ด้วยมือขนาดยักษ์ที่ผู้เข้าชมสามารถขึ้นไปยืนถ่ายรูปได้จริง โคบายาชิกล่าวว่า “Season แรกนี้ผมรู้สึกถึงเส้นทางที่สุบารุเดินมาได้ชัดเจนมาก”

2nd Season — กระต่ายหิมะยักษ์และ “俺を選べ” Memorial Theater

โซน 2nd Season มีไฮไลต์สำคัญสองอย่าง อย่างแรกคือการจำลอง “กระต่ายหิมะยักษ์” หนึ่งในสามอสูรกายผู้ยิ่งใหญ่ ทาคาฮาชิชื่นชมความละเอียดของงานปั้น ขณะที่โคบายาชิหัวเราะว่า “มีบางส่วนที่น่าขนลุกนิดหน่อย (หัวเราะ) เห็นความจริงจังของทีมงานได้เลย”

อย่างที่สองคือ “‘俺を選べ’ Memorial Theater” ที่จำลองบรรยากาศห้องสมุดต้องห้ามที่กำลังลุกไหม้จากตอนที่ 49 ซึ่งคว้าอันดับ 1 จากการโหวตความนิยม ผู้ชมจะได้สัมผัสช่วงเวลาที่สุบารุและเบียทริซสัญญาต่อกันผ่านภาพและเสียงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ

3rd Season — ไดโอรามาเมืองประตูน้ำ Pristella

โซน 3rd Season โดดเด่นด้วยไดโอรามาขนาดใหญ่ของ เมืองประตูน้ำ Pristella ที่สร้างขึ้นเป็นสามมิติ ให้ผู้ชมมองจากมุมสูงเพื่อติดตามว่าสุบารุและมหาบาปต่าง ๆ ต่อสู้กันที่จุดไหนบ้าง นอกจากนี้ยังมี “Hero Fantasy Photo Spot” จำลองแท่นปราศรัยของสุบารุ และ “超作画解剖” ที่นำภาพต้นฉบับกว่า 100 ภาพจากทั้งหมดราว 3,000 ภาพมาจัดแสดง เพื่อให้เห็นกระบวนการสร้างฉากต่อสู้ระหว่างการ์ฟีลกับคูร์แกนจากตอนที่ 63

4th Season — จนถึงตอนล่าสุด

นิทรรศการยังครอบคลุมเนื้อหาของ 4th Season ที่กำลังออกอากาศอยู่ด้วย รวมถึงตอนที่ 82 “นัตสึกิ สุบารุ” โคบายาชิแสดงความประหลาดใจว่า “ไม่คิดว่าจะมีถึงตอนล่าสุดเลย ทีมงานกล้ามากจริง ๆ” พร้อมขอบคุณความใส่ใจของทีมงาน

ในตอนที่ 82 โคบายาชิต้องรับบทสุบารุสองเวอร์ชันคนเดียว โดยอัดเสียงสุบารุที่สูญเสียความทรงจำก่อน แล้วจึงฟังเสียงนั้นเพื่อแสดงเป็นสุบารุตัวเดิม เขาเล่าว่า “การฟังเสียงตัวเองแล้วโต้ตอบกับตัวเองเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากมาก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่า ‘นี่เสียงฉัน’ จนเสียสมาธิ มันทำให้รู้ว่า 10 ปีที่สะสมมานั้น ได้หล่อหลอมนัตสึกิ สุบารุขึ้นมาในตัวผมจริง ๆ”

ออดิชันเมื่อ 10 กว่าปีก่อน — ได้ยินกันครั้งแรก

หนึ่งในไฮไลต์ที่ทั้งคู่ตื่นเต้นที่สุดคือโซน “สุบารุและเอมิเลียแห่ง ‘ศูนย์'” ซึ่งเปิดให้ผู้เข้าชมฟังเสียงออดิชันจริงของโคบายาชิและทาคาฮาชิก่อนที่อนิเมะจะออกอากาศ โคบายาชิหัวเราะว่า “คิดว่าคงไม่ต่างกันมาก แต่ตอนนั้นหนุ่มกว่ามากเลย!” ส่วนทาคาฮาชิบอกว่า “แต่สุบารุก็ยังเป็นสุบารุนะ”

โคบายาชิอธิบายเพิ่มว่า “ตอนออดิชัน เรายังไม่ได้ทำความเข้าใจตัวละครลึกขนาดนี้ มันคือการแสดงจากความประทับใจแรก ก่อนที่การแสดงจะพัฒนามาเป็นแบบปัจจุบัน ฟังแล้วก็อยากให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นใจว่า ‘เขาพยายามมาจากตรงนี้เลยนะ’ (หัวเราะ) เริ่มจาก ‘ศูนย์’ จริง ๆ” ทาคาฮาชิเสริมว่าตอนนั้นเธอคิดว่าเอมิเลียเป็นเด็กผู้หญิงที่เชื่องช้าและอ่อนโยน จึงแสดงในจังหวะที่ช้ากว่า แต่ตอนนี้รู้สึกว่าตัวละครมีความคล่องแคล่วขึ้นมาก

นอกจากนี้ยังมีบันทึกเรื่องราวออดิชันจาก ทานากะ โช Executive Producer ที่อธิบายเหตุผลในการเลือกนักพากย์ทั้งสอง ทาคาฮาชิบอกว่า “รู้ว่าได้รับเลือกมาตลอด แต่การได้รู้ว่าคนที่เลือกเรามีความคาดหวังอะไรและติดตามเราตลอด 10 ปี มันทำให้รู้สึกดีมาก”

บรรยากาศในห้องอัดเสียงตลอด 4 Season

โคบายาชิเล่าว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในห้องอัดคือช่วง 2nd Season ซึ่งต้องอัดในช่วงโควิด-19 แต่ “ความยากลำบากของ 1st Season ทำให้เราสร้างความผูกพันกัน และนั่นช่วยให้เราผ่านมาได้” หลังจาก 2nd Season เบียทริซ ร็อซวาล และตัวละครอื่น ๆ ก็กลายเป็น “ฝ่ายเอมิเลีย” อย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทาคาฮาชิบอกว่า 3rd Season มีบรรยากาศ “ไปด้วยกันทุกคน” ส่วน 4th Season แม้เนื้อเรื่องจะหนักหน่วง แต่โคบายาชิยืนยันว่า “บรรยากาศในห้องอัดนั้นอบอุ่นมาก”

คำแนะนำจากนักพากย์ถึงผู้มาเยี่ยมชม

ทั้งคู่ฝากคำแนะนำสำคัญว่าอย่า “รีบ” ชมนิทรรศการ โคบายาชิบอกว่า “Re:Zero แต่ละตอนหนักและจดจำได้ดี พอเห็นสิ่งจัดแสดงก็จะนึกถึงความทรงจำนั้นขึ้นมาทันที ขอให้หยุดตามใจและค่อย ๆ ซึมซับก่อนเดินต่อ” และแนะนำให้ดูอนิเมะถึงตอนที่ 82 ก่อนมาชม เพื่อสนุกได้เต็มที่ ส่วนทาคาฮาชิฝากเคล็ดลับน่ารักว่า “ใส่รองเท้าที่เดินสบาย เพราะต้องหยุดยืนดูนาน และเตรียมเงินค่าของที่ระลึกมาด้วยนะคะ!” พร้อมบอกว่าแม้แต่คนที่ยังดูค้างอยู่ก็สามารถมาชมได้ เพราะนิทรรศการนี้จะทำให้อยากกลับไปดู Re:Zero อีกครั้งแน่นอน

ข้อมูลงานนิทรรศการ

  • ชื่องาน: TVアニメ『Re:ゼロから始める異世界生活』展 -10th Anniversary-
  • วันที่จัดงาน: 12 กันยายน – 4 ตุลาคม 2026
  • สถานที่: ชิบูย่า BEAM Gallery โตเกียว

©長月達平・株式会社KADOKAWA刊/Re:ゼロから始める異世界生活4製作委員会


ที่มา: aniani

แชร์ข่าวนี้ทำภารกิจ รับ 50 coin (แชร์แล้วไปกดรับที่หน้าภารกิจ · วันละ 1 ครั้ง)
Facebook X

ใส่ความเห็น

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่จำเป็นต้องกรอกจะมีเครื่องหมาย *