เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ภาพยนตร์อนิเมะ SEKIRO: NO DEFEAT ได้จัดงานเปิดตัวพิเศษ (完成披露舞台挨拶) ขึ้นที่ United Cinema Toyosu กรุงโตเกียว โดยมีนักพากย์และทีมงานร่วมขึ้นเวทีได้แก่ นางาคาวะ ไดสุเกะ (รับบทหมาป่า/โอคามิ), ซาโตะ มิยุกิ (รับบทคูโร่), สึดะ เคนจิโร่ (รับบทอาชินะ เก็นอิจิโร่), อิโตะ ชิซุกะ (รับบทเอมมะ) และ คุสึนะ เคนอิจิ ผู้กำกับ
คูโร่ในอนิเมะ — อารมณ์ที่ลึกกว่าเกม
หลังการฉายรอบพิเศษ ผู้กำกับคุสึนะเผยว่าตนเองลุ้นอยู่ว่าผู้ชมจะตอบรับอย่างไร แต่เสียงปรบมืออย่างกึกก้องก็ทำให้หายเป็นห่วง นางาคาวะเล่าย้อนถึงการบันทึกเสียงในเกมต้นฉบับว่าหนักมาก และรู้สึกดีใจที่ครั้งนี้หมาป่ามีบทพูดมากกว่าคำว่า “โกอิ” (御意 — ตามพระประสงค์) เพียงอย่างเดียว ด้านอิโตะบอกว่าห่างหายจากการบันทึกเสียงมานานเกือบ 7 ปีนับตั้งแต่เกม และรู้สึกมีความสุขมากที่ได้แสดงร่วมกับนักพากย์คนอื่น ๆ เพราะ “เกมมักเป็นการเดินทางคนเดียว”
ผู้กำกับชี้ว่าบทพูดในเรื่องนี้น้อยกว่าอนิเมะทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ทุกประโยคมีน้ำหนักมาก อย่างไรก็ตาม คูโร่ในเวอร์ชันภาพยนตร์มีบทพูดเพิ่มขึ้นจากเกม ซาโตะบอกว่าตนเองได้เห็น “ด้านที่ไม่เคยรู้จักของคูโร่” มากมาย และรู้สึกดีใจมาก ผู้กำกับยังเสริมว่าระยะห่างระหว่างคูโร่กับหมาป่าที่ไม่ใกล้ชิดจนเกินไปคือหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ทั้งคู่
นางาคาวะ ไดสุเกะ กับ “ช่วงเงียบ” ที่พูดแทนคำพูด
เมื่อถูกถามถึงการสร้างบทบาทหมาป่า นางาคาวะตอบว่า “เพราะตัวละครพูดน้อย ผมจึงให้ความสำคัญกับช่วงที่ไม่ได้พูดด้วย” เขาอธิบายว่าตนเองใช้ ม่า (間 — จังหวะหรือช่วงเงียบ) เป็นเครื่องมือสื่อบุคลิกของหมาป่า โดยเน้นที่ช่วงเวลาก่อนที่ตัวละครจะเริ่มพูด ซึ่งทำให้นักพากย์และทีมงานคนอื่น ๆ บนเวทีต่างพยักหน้าชื่นชม
ผู้กำกับคุสึนะเสริมว่าตัวละครทุกตัวในเรื่องล้วนมีความรู้สึกซับซ้อน และหากพยายามอธิบายออกมาเป็นคำพูดก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา จึงเลือกใช้วิธี “แสดงสีหน้าซับซ้อน รอในช่วงเวลาซับซ้อน เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ที่ซับซ้อน” แทน
เมื่อพูดถึงฉากที่คูโร่พูดว่า “ขอบคุณ” กับหมาป่า ซาโตะเล่าว่าตนเองคิดนานมากว่าจะพูดประโยคนั้นอย่างไรดี ก่อนจะหันถามนางาคาวะว่ารู้สึกอย่างไรกับการแสดง ซึ่งนางาคาวะก็ยกย่องอย่างเต็มปาก ผู้กำกับยังกล่าวเสริมว่าคูโร่คือตัวละครที่ผู้ชมจะได้ “ฝากใจ” ไว้ด้วย และรู้สึกพอใจที่ซาโตะถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวา
สึดะ เคนจิโร่ กับ เก็นอิจิโร่ และตำนาน “ผีโอะฮะงิ”
สึดะพูดถึงการรับบทเก็นอิจิโร่ว่าตัวละครนี้ “ตรงไปตรงมามาก อารมณ์แสดงออกชัดเจน ซึ่งน่าจะมาจากความเป็นหนุ่ม” เขาจึงพยายามรักษาความเป็นหนุ่มนั้นไว้ควบคู่กับความเข้มแข็ง รวมถึงฉากฟ้าผ่าที่ต้องแสดงออกมาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้เขายังบอกว่าประทับใจกับฉากแอ็กชันที่มีการกำกับแบบแปลกใหม่ ส่วนอิโตะเล่าว่าการรับบทเอมมะนั้น เธอแสดงด้วยความรู้สึกอยากเป็น “ที่พึ่งทางใจ” ให้คูโร่ที่แบกรับชะตากรรมอันหนักหน่วง
ไฮไลต์ฮาแห่งงานเกิดขึ้นในช่วงประกาศข้อมูลใหม่ เมื่อมีการเปิดเผยว่า SEKIRO: NO DEFEAT จะร่วมมือกับแบรนด์ขนมญี่ปุ่น Koufukudo ของ Kakiyasu เพื่อออกโอะฮะงิ (ขนมข้าวเหนียวปั้นเคลือบถั่วแดง) คอลแลบพิเศษ ทำเอาผู้ชมในงานฮือฮากันทั้งฮอลล์
สาเหตุที่ฮาเป็นพิเศษก็เพราะสึดะสารภาพว่า “ผมอยากกินโอะฮะงิมานานมากแล้ว ชอบโอะฮะงิมากเลย” และยังกินโอะฮะงิอยู่จนถึงนาทีสุดท้ายก่อนงานจะเริ่ม นางาคาวะเล่าว่าได้ยินเสียงสึดะร้องเรียกโอะฮะงิซ้ำ ๆ อยู่ในห้องพัก จึงพูดติดตลกว่า “เสียงต่ำขนาดนั้น นึกว่าผีโอะฮะงิโผล่มาซะแล้ว” ทำให้ทุกคนบนเวทีหัวเราะกันลั่น
ปิดท้ายด้วยคำเชิญชวนสไตล์ “เกมยาก”
ในช่วงสุดท้าย สึดะกล่าวชื่นชมว่า “SEKIRO: NO DEFEAT เป็นงานศิลป์มาก แต่ก็ให้ความบันเทิงได้ในเวลาเดียวกัน มีทั้งสองอย่างครบ รู้สึกดีใจมากที่ได้ร่วมงานนี้” ก่อนที่นางาคาวะจะปิดท้ายงานด้วยการอ้างอิงถึงความยากของเกมต้นฉบับว่า “เหมือนกับเกม ขอเชิญทุกคนมาท้าทายโรงหนังซ้ำแล้วซ้ำเล่านะครับ”
ข้อมูลภาพยนตร์
SEKIRO: NO DEFEAT กำหนดฉายทั่วประเทศญี่ปุ่นแบบจำกัดเวลา 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026
ทีมงาน
- ต้นฉบับ: SEKIRO: SHADOWS DIE TWICE (FromSoftware)
- ผู้กำกับ: คุสึนะ เคนอิจิ
- บท: ซาโตะ ทาคุยะ
- ออกแบบตัวละคร: คิชิดะ ทาคาฮิโระ
- ผู้กำกับรอง: ฟุกุอิ ชุนสุเกะ
- หัวหน้าผู้กำกับภาพเคลื่อนไหว: โมกิ คาอิโตะ
- ผู้กำกับแอ็กชัน: มุกาอิดะ ทาคามิ
- ผู้กำกับฉาก: คาเนโกะ ยูจิ
- ออกแบบสี: ซาซากิ อาซุสะ
- ผู้กำกับถ่ายภาพ: โนซาวะ เคสุเกะ
- ตัดต่อ: มุราคามิ โยชิโนริ
- ผู้กำกับเสียง: นากุระ ยาสุชิ
- ดนตรี: ฮาซุนุมะ ชุตะ
- โปรดิวซ์: ARCH
- สตูดิโออนิเมะ: Qzil.la
นักพากย์
- หมาป่า (โอคามิ): นางาคาวะ ไดสุเกะ
- คูโร่: ซาโตะ มิยุกิ
- อาชินะ เก็นอิจิโร่: สึดะ เคนจิโร่
- บุตสึชิ: อุระยามะ จิน
- เอมมะ: อิโตะ ชิซุกะ
- ฮันเบ: ทาคาเสะ มิทสุมิตสึ
- ฟุกุโระ: ฮาจิ ทาคายะ
- อาชินะ อิชชิน: คาเนโอะ เทตสึโอะ
ที่มา: natalie

