อนิเมะทางโทรทัศน์ 「天幕のジャードゥーガル」(Tenmaku no Jadugal) ดัดแปลงจากมังงะประวัติศาสตร์รางวัลดังของ โทมาโตะ ซุป (ตีพิมพ์ในนิตยสาร Souffle สำนักพิมพ์อาคิตะ โชเต็น) กำลังออกอากาศอยู่ในช่วงเวลา “IMAnimation” ทางเครือข่าย TV Asahi 24 สถานีทั่วประเทศ รวมถึง BS Asahi ผลงานชิ้นนี้พาผู้ชมย้อนไปสู่มองโกเลียในศตวรรษที่ 13 ผ่านเรื่องราวของ ชิตาระ อดีตทาสสาวผู้แบกรับความแค้นและเขย่าจักรวรรดิ
ในโอกาสนี้ ทีมงานได้สัมภาษณ์ ดาวน์โน ฮิโระ นักพากย์เสียงผู้รับบท โอโกไต พระราชโอรสองค์ที่สามของจักรพรรดิเจงกีส ข่าน เขาเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อตัวละคร ความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับ ดอเรเกเน รวมถึงเสน่ห์ของดราม่ามนุษย์ที่ถักทอในเรื่องนี้
ภาพแรกที่ได้รับกับความจริงที่ค้นพบ
ดาวน์โน ฮิโระ เล่าว่าเมื่อครั้งแรกที่ได้อ่านต้นฉบับมังงะ เขานึกว่าจะเป็นผลงานแนวชีวิตประจำวันสไตล์ต่างแดนที่มีตัวละครน่ารักและสัดส่วนเล็กกะทัดรัด แต่เมื่ออ่านจริงกลับพบว่าเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์จักรวรรดิมองโกลที่เข้มข้น โดยมีชิตาระแบกรับความแค้นอันหนักอึ้งเดินหน้าต่อไป ความแตกต่างระหว่างภาพแรกกับเนื้อหาจริงทำให้เขาประหลาดใจอย่างมาก
เขายังสะท้อนว่าผลงานนี้ทำให้เห็นว่าประวัติศาสตร์คือการสะสมของเหตุการณ์เช่นนี้ ในบันทึกประวัติศาสตร์มักเหลือแค่ผลลัพธ์ว่า “ประเทศนี้ถูกรุกรานและกลายเป็นส่วนหนึ่งของอีกประเทศ” แต่ความรู้สึกของผู้คนที่ดำรงชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้นกลับแทบไม่ถูกพูดถึง ผลงานนี้จึงพาผู้ชมไปสัมผัสกับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่หลังหน้าประวัติศาสตร์
สร้าง “โอโกไต” ให้มีทั้งความอ่อนโยนและบารมี
ดาวน์โน เล่าว่าความประทับใจแรกที่มีต่อโอโกไตคือ “คนที่ดูฟุ้งๆ” จนถึงขั้นตั้งคำถามว่าคนนี้จะแบกรับจักรวรรดิมองโกลได้จริงหรือ แต่เมื่อพากย์ไปเรื่อยๆ กลับพบว่าโอโกไตเป็นคนที่มองการณ์ไกลกว่าที่คิด
“สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมตั้งแต่ต้นจนจบคือ เขาไม่ใช่คนไร้มนุษยธรรม ตรงกันข้าม เขาคิดถึงผู้คนอยู่เสมอ และคิดว่าจะสร้างชาติและก้าวไปข้างหน้าอย่างไรโดยยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” ดาวน์โน กล่าว
ในด้านการพากย์เสียง ทีมงานกำกับให้เขาถ่ายทอดทั้ง “ความอ่อนโยน” และ “บารมี” ของโอโกไตไปพร้อมกัน โดยไม่ให้ความนุ่มนวลของตัวละครหายไป ซึ่งดาวน์โนยอมรับว่าเป็นโจทย์ที่ยากกว่าที่คาดไว้มาก
ในแง่ค่านิยม ดาวน์โนบอกว่าเขาชื่นชอบแนวคิดของโอโกไตที่ไม่ต้องการแค่ขยายอาณาจักรด้วยการรุกราน แต่มุ่งหวังให้ทุกฝ่ายเติบโตและอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข แม้จะดูเป็นอุดมคติ แต่ก็เป็นสิ่งที่เขาเห็นด้วยอย่างจริงใจ
ความสัมพันธ์ซับซ้อนกับดอเรเกเน — รอโดยไม่บังคับ
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างโอโกไตกับดอเรเกเน ดาวน์โนมองว่าการพบกับดอเรเกเนและมเหสีคนอื่นๆ มีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมแนวคิดของโอโกไต ทว่าความตั้งใจดีของเขาไม่อาจส่งถึงดอเรเกเนได้ง่ายๆ เพราะในสายตาของดอเรเกเนและชิตาระ มองโกลยังคงเป็นผู้รุกรานเสมอ
“โอโกไตรู้ดีว่าเธอมองเขาอย่างไร จึงไม่พยายามบังคับให้เธอเปลี่ยนใจ แต่รอให้เธอค่อยๆ เปลี่ยนไปเอง” ดาวน์โน อธิบาย พร้อมเสริมว่าตัวเองก็มีนิสัยคล้ายกัน คือแม้จะถูกกั้นกำแพงก็ไม่โกรธ แต่จะคิดหาทางทำให้อีกฝ่ายยิ้มได้แทน
ก่อนหน้านี้ โคชิมิซุ อามิ นักพากย์เสียงดอเรเกเน เคยให้สัมภาษณ์ว่า “โอโกไตของดาวน์โนเป็นคนที่ทำให้หัวใจอ่อนไหวได้จริงๆ จนเข้าใจว่าทำไมดอเรเกเนถึงสั่นคลอน” ซึ่งดาวน์โนก็รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นในการพากย์คู่กัน
ดาวน์โนยังมองว่าดอเรเกเนเป็นคนที่มีทั้งความแข็งแกร่งและความเปราะบาง และเป็นคนที่เต็มเปี่ยมด้วยความหลงใหล ความแค้นที่เธอมีต่อมองโกลไม่เคยจางหายตามกาลเวลา เพราะมันมาจากความรักอันลึกซึ้งที่มีต่อบ้านเกิดและครอบครัว
สงครามเงียบของบรรดาหญิง — ฉากที่ “ดูเหมือนปกติแต่โหดร้ายมาก”
เมื่อถามถึงฉากที่ประทับใจ ดาวน์โนยกให้การปะทะกันของตัวละครหญิงเป็นไฮไลต์ ไม่ว่าจะเป็นชิตาระ ดอเรเกเน ซอร์โคคทานี หรือโบราคชิน บทสนทนาของพวกเธอฟังดูธรรมดาบนผิว แต่ซ่อนเจตนาและกลยุทธ์ไว้มากมาย
“พูดนุ่มๆ แต่พอฟังดีๆ แล้วรู้สึกว่า ‘โหดมากเลยนะ!’ มีหลายครั้งที่คิดว่า ‘ยิ้มอยู่แต่ข้างในคิดแบบนี้เลยเหรอ?'” ดาวน์โน หัวเราะ
ในทางกลับกัน บทสนทนาระหว่างพี่น้องชายนั้นเป็นธรรมชาติและสนุกสนาน แต่ก็แฝงความเศร้าเล็กน้อย เพราะวิสัยทัศน์ของโอโกไตต่ออนาคตมองโกลต่างจากพี่น้องคนอื่น ทำให้ดาวน์โนรู้สึกว่าโอโกไตอาจเป็นคนที่โดดเดี่ยวลึกๆ
ฝากถึงผู้ชม
ดาวน์โน ฮิโระ ฝากถึงผู้ชมว่าผลงานนี้เป็นเรื่องราวของการต่อสู้อย่างเงียบๆ ของบรรดาหญิงรอบข้างชิตาระ โอโกไตเองไม่ใช่คนที่พูดมาก ดังนั้นการจินตนาการว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่จะทำให้ดูได้สนุกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังแนะนำให้สังเกตบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ของตัวละครรองด้วย เพราะซ่อนความน่าสนใจไว้มากมาย
เขายังเล่าว่าในระหว่างบันทึกเสียง ทีมงานได้อธิบายความหมายของท่าทางต่างๆ ตามวัฒนธรรมมองโกล เช่น ฉากที่พี่น้องโอบกอดกันนั้นไม่ใช่แค่การกอด แต่เป็นธรรมเนียมของชาวมองโกลในการดมกลิ่นกันเพื่อยืนยันความผูกพัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผลงานนี้ใส่ใจในรายละเอียดทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อย่างประณีต
ข้อมูลผลงาน
สตาฟ
- ต้นฉบับ: โทมาโตะ ซุป 「天幕のジャードゥーガル」(อาคิตะ โชเต็น / นิตยสาร Souffle)
- ผู้กำกับรวม: ยามาดะ นาโอโกะ
- ผู้กำกับ: Abel Gongora
- ผู้เขียนบท: คาโตะ คันอิจิ
- ออกแบบตัวละคร / หัวหน้าฝ่ายวาดภาพ: โยชิดะ เคนอิจิ
- หัวหน้าฝ่ายกำกับ: ฟุจิคุระ ทาคุยะ
- ผู้กำกับฝ่ายศิลป์: คาบาซาวะ ยูริ
- ออกแบบสี: คอนโนะ นารุมิ
- ผู้กำกับถ่ายภาพ: ทาคาฮาชิ นาโอกิ
- ตัดต่อ: ฮิโรเสะ คิโยชิ
- ดนตรี: ฮิโนะ โคชิโร
- ผู้กำกับเสียง: โคนุมะ โนริโยชิ
- สตูดิโอแอนิเมชัน: Science SARU
นักพากย์เสียง
- ชิตาระ: เซกิเนะ อาคิระ
- ดอเรเกเน: โคชิมิซุ อามิ
- ฟาติมา: คุวาชิมะ โฮโกะ
- มูฮัมหมัด: ไซโตะ จุน
- โอโกไต: ดาวน์โน ฮิโระ
- โทลุย: ซูซูกิ เรียวตะ
- ชิระ: อิริโนะ มิยุ
- ชากาไต: นามิคาวะ ไดสุเกะ
- จูจิ: โนจิมะ เคนจิ
- ซอร์โคคทานี: คุโนะ มิซากิ
- โมเกะ: อาไซ อายากะ
- คีร์กิสทานี: ชินทานิ มายุมิ
- โบราคชิน: ????
เพลงประกอบ
- เพลงเปิด: SEKAI NO OWARI — “Stella”
- เพลงปิด: Joō Bee (女王蜂) — “Hoshi (星)”
ที่มา: aniani

